จากใจ...คนที่ขาด "พ่อแม่"
posted on 05 Dec 2011 13:00 by isoramiไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันพ่อแล้ว ก็เลยอยากจะนำเสนอแง่มุมอะไรอีกสักอย่างให้ได้อ่านกัน
พ่อแม่ เพื่อน แฟน กลุ่มคน 3 กลุ่ม ในชีวิตของคนๆ หนึ่ง
สำหรับเรา เรา "ยังมี" และ "เคยมี" แต่ละกลุ่มคนเหล่านี้ กลุ่มที่ยังมี คือ เพื่อนและแฟน
แต่กลุ่มที่ "เคยมี" คือพ่อแม่
บางคนอาจจะบอกว่า แค่มีแฟนของเราคนเดียว สิ่งอื่นบนโลกนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว
หรือบางคนบอกว่า มีเพื่อนอยู่ทั้งคน ก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจพ่อแม่
หรือถ้าจะพูดอีกนัยหนึ่ง...ก็คือแต่ละกลุ่มสามารถทดแทนอีกกลุ่มได้..ประมาณนั้น
แต่สำหรับเราซึ่งผ่านการที่คนกลุ่มหนึ่งหายไปจากชีวิต...โดยที่เอาคืนกลับมาไม่ได้เลยนั้น
อาจจะเป็นแค่ความเห็นของเราคนเดียว แต่เราคิดว่าไม่มีกลุ่มใดสามารถทดแทนอีกกลุ่มได้เลย
เพราะอะไรน่ะหรือ...คำตอบง่ายๆ แบบกำปั้นทุบดิน คือ "ความแตกต่าง"
ถ้ามองเผินๆ แน่นอนว่าแค่สถานภาพก็ย่อมแตกต่าง เพื่อนไม่ได้เป็นคนทำให้เราเกิดมานี่
แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ความรู้สึกเองก็แตกต่าง
วันนี้ก็เลยอยากจะพูดถึงกลุ่มคนที่สำคัญมาก คือ "พ่อแม่"
เรายอมรับว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังมีพ่อแม่ เราดื้อ เราเถียง เราไม่เชื่อฟัง
บางครั้งดื้อมากถึงขั้นโดนตบหน้าก็เคยมาแล้ว ทั้งจากพ่อและแม่
แต่ในใจลึกๆ เราก็รู้สึกว่ายังไงเราก็รักเพราะท่านคือผู้ให้กำเนิด ดูแลเรามาตั้งแต่ยังไม่ทันจะออกมาจากท้องเลยด้วยซ้ำ
สิ่งที่กลัวมากที่สุดไม่ใช่ผี แต่คืออนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นคือถ้าไม่มีพ่อแม่ เราจะเป็นยังไง
อาจเป็นเพราะทั้งพ่อและแม่เองก็เคยพูดกับเรามาตั้งแต่เด็กๆ เวลาเราดื้อมากๆ
ว่า "ถ้าไม่มีพ่อ และ/หรือแม่ แล้วจะเสียใจนะ"
แน่นนอนว่าเรื่องอย่างนี้คงไม่มีใครคาดการณ์ออกมาในทางบวก
แต่เพราะไม่เคยประสบ ก็คิดได้แค่ว่า คงจะเสียใจมากหลังจากที่ตาย ร้องไห้ๆ และฆ่าตัวตายตาม เพราะไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร
ซึ่งในความจริงแล้วข้อหลังคงจะทำไม่ได้ เพราะท่านคงจะเสียใจที่เราทำแบบนั้น
แต่พอได้ประสบเข้าจริงๆ แล้ว คำว่าเสียใจ มันมากกว่าความเศร้าโศกเสียใจจากการสูญเสีย
นอกจาก นั้นยังรวมไปถึงความทุกข์ทรมาน ความเหงา ความรู้สึกที่ขาดหายไป โอกาสที่ผ่านเข้ามาแต่ไม่สามารถฉวยเอาไว้ได้เนื่องจากไม่มีพ่อแม่ที่คอย สนับสนุนหรือดูแลเราต่อไป ความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่เพื่อนหรือแฟน ต่อให้พยายามยังไงก็ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะมันต่างกัน
และที่แย่ ที่สุด คือความเสียใจที่ว่าทำไมเราถึงปล่อยให้โอกาสที่จะทำดีกับท่านหลุดลอยไปขณะ ที่ท่านยังมีชีวิต และสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เราทำ
ไม่มีใครที่จะดูแล ใส่ใจเรา สนใจจะจดจำเรื่องราวที่เกี่ยวกับเรา หรือเห็นคุณค่าในตัวเราได้มากเท่าพ่อแม่
ปัจจุบันนี้เราอยู่กับป้าและยาย เสียงเปียโนของเราจากที่เคยมีคนปรบมือให้ กลับกลายเป็น "หนวกหู" และ "ไร้สาระ"
ใครที่เล่นดนตรี หรือต้องแสดงอะไรต่อหน้าผู้คน จะเข้าใจดีว่าเสียปรบมือและความสุขของคนดู มีค่ากับเราขนาดไหน
ถ้าคนดูมีความสุขจากสิ่งที่เราทำให้ แค่นี้เราก็มีความสุข พอใจแล้วล่ะ
แต่เมื่อมีคนมาวิจารณ์เราว่า "หนวกหู" และ "ไร้สาระ" ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยฟังเราเล่นด้วยซ้ำ
มันเหมือนกับเอามีดพันเล่มมาแทงซ้ำๆ ที่กลางอก
ปัจจุบัน นี้ที่บ้านไม่เคยมีใครจดจำเรื่องราวของเราได้ทั้งๆ ที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน วันเกิดไม่มีคนอวยพร ไม่มีใครทำการ์ดให้ แทบไม่มีใครจะสนใจไถ่ถามเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตของเราเลย
มีสอบ ก็ไม่มีใครรับรู้ ทั้งๆ ที่อ่านหนังสือกองพะเนินเท่าภูเขาแบบให้เห็นชัดๆ ขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ย้ำนักย้ำหนาว่าอีกสักพักจะสอบนะ
โดยที่ไม่อยากบอกตรงๆ ว่า ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งขัดจังหวะนะ
ก็ยังไม่มีใครสนใจ ยังโดนใช้ให้ทำโน่นทำนี่ระหว่างอ่านหนังสือ ราวกับว่ามีเวลาว่างตลอด 24 ชั่วโมง
แต่แม่ไม่เคยขัดจังหวะเราอ่านหนังสือสอบ แม้กระทั่งเมื่อก่อนเวลาเราดูหนัง แม่ก็จะบอกว่าดูให้จบก่อนแล้วค่อยมาช่วยนะ
แม้กระทั่งวันสอบจริง ก็ยังไม่มีใครที่บ้านจำได้
เวลาเศร้าเสียใจ หรือมีเรื่องอะไร ก็ไม่สามารถปรึกษาด้วยได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สนิทใจ ยังไงก็เปิดอกให้รับฟังเหมือนพ่อแม่ไม่ได้หรอก
บางเรื่องอาจจะเอาไปปรึกษาเพื่อนหรือแฟนก็ได้ แต่บางเรื่องก็อยากจะปรึกษาพ่อแม่ แต่ก็ไม่มีให้ปรึกษาแล้ว
นอกจากนี้ยังไม่มีคำปลอบใจ ซ้ำร้ายบางทียังโดนว่าเรื่องอื่นซ้ำด้วย ทั้งๆ ที่ก็น่าจะรับรู้ความทุกข์ของเราได้จากสีหน้า
พ่อกับแม่รับรู้ความรู้สึกจากสีหน้าของเราได้เสมอ
หรือ บางทีทนไม่ไหวถึงขั้นร้องไห้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราแทบจะไม่ทำต่อหน้าคนอื่น ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า โดนสั่งให้ไปไกลๆ อย่ามาร้องไห้ให้เห็น ไม่ชอบ
ไม่มีอีกแล้ว คนที่จะกอดเรา หอมแก้มเรา หรือชมว่าเราเก่งอย่างใจจริงเมื่อเราทำอะไรได้สักอย่าง
ไม่มีใครเรียกเราว่า "ตัวเล็ก" หรือ "เจ้าหวาน" ด้วยความรักใคร่เอ็นดู
ไม่มีคนที่จะลูบหัวเรา และทำให้เรารู้สึกดีได้แบบนั้น
และอีกหลายเรื่องที่นับไม่ถ้วน จนกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ของความรู้สึกที่ขาดหายไป
ปัจจุบัน นี้ เวลาได้ยินข่าวว่าพ่อหรือแม่ของเพื่อนเสียชีวิต เรามักจะอดไม่ได้ที่จะร้องไห้...เพราะรู้สึกสงสารเพื่อนมาก ว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง ต้องเสียใจ และทุกข์ทรมานแค่ไหน กับการที่คนที่เคยอยู่กับเรามาตลอด คนที่ทำให้เรามีชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ อยู่ๆ ก็หายไปจากชีวิตเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเราที่เป็นลูกคนเดียว ความเหงามันยิ่งทวีคูณ
ใคร ที่ยังมีพ่อแม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขอร้องเถอะนะ ถึงบางครั้งท่านอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกับเรา ท่านก็ทำไปด้วยความเป็นห่วง อธิบายเหตุผลให้ท่านฟังดีๆ ก็ได้ เพราะท่านทั้งสองเป็นคนที่รักเรามากที่สุด ท่านถึงได้ทำแบบนั้น
ตอนนี้ยังไม่สาย....รักพ่อแม่ให้มาก และทำดีกับท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตราบใดที่ยังมีโอกาสเถอะนะคะ
พ่อ ขาแม่ขา อยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุขเถอะนะ ถึงจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคหรือต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่ลูกคนนี้ขอสัญญาว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด แล้วสักวันเมื่อถึงเวลา เราทั้งสามพ่อแม่ลูกก็จะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบรัวพร้อมหน้าอีกครั้งหนึ่ง
รักพ่อกับแม่นะคะ....
น้ำหวาน
Aklare : เอแคลร์