ในที่สุดวันนี้เราก็ได้ไปโรงเรียนกันซะทีหลังจากที่อยู่ขึ้นอืดที่บ้านมานานแสนนาน (กับไปเล่นสกีอีกนิดหน่อย) เช้านี้ตื่นหกโมง กินขนมปังปิ้งทาเนยไปสองแผ่น (ปรากฏว่าพอไปเรียนแล้วมันไม่พอแฮะ ท้องครืดคราดตลอดเลย T^T) นัดกับทานิเซนเซไว้ที่สถานีโอมิยะตอนแปดโมงครึ่งเพื่อที่จะเดินไปโรงเรียนพร้อมกัน เลยออกจากบ้านประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เผื่อเวลาเดินหลงทางอีกหน่อยนึง...
แล้วก็หลงทางจริงๆ อีกแล้วค่ะทุกท่าน T^T หลงเอามันตรงแถวๆ บ้านตามเคย คือปกติขากลับจะต้องลงฝั่งตรงข้ามแล้วเดินลงอุโมงค์ข้ามมาอีกฝั่งนึง ทีนี้ก็เลยคิด(ไปเอง)ว่าฝั่งเดียวกันกับบ้านมันก็ต้องมีจุดที่ซื้อตั๋วเหมือนกัน ตอนแรกก็เดินตามกระแสคน(ที่มากันเยอะแยะจากไหนไม่รู้)ข้ามไปอีกฝั่ง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าฝั่งที่ต้องขึ้นมันคงจะฝั่งเดียวกับบ้านนี่หว่า ก็เลยเดินกลับไป เดินหาอยู่นานก็ยังไม่เจอ เลยชักแน่ใจแล้วว่าสงสัยมันคงต้องไปฝั่งตรงข้ามแน่ๆ ก็เลยเดินกลับไปซื้อตั๋วฝั่งตรงข้ามอีกรอบ ปรากฏว่ามันมีอุโมงค์ในสถานีเพื่อว่าหลังซื้อตั๋วตรงฝั่งนี้แล้วให้ข้ามไปยังชานชลาอีกฝั่งได้ค่ะ ช่างน่าสับสนจริงๆ T^T
สุดท้ายเราก็มาอยู่ชานชลาฝั่งที่ถูกต้อง (ฝั่งบ้าน) ได้สักที ก็คอยรถไฟอยู่สักพัก มีรถไฟด่วนแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วสมความด่วนสองขบวน (ไม่จอด) หัวแทบปลิว นี่ถ้าเป็นเมืองไทยแล้วมีใครอุตริอยู่เลยเส้นเหลืองไปละก็มีหวังได้ตายแน่ๆ แล้วรถก็มาถึง นั่งไปต่อรถที่สถานีคาซึคาเบะก็ต้องข้ามไปยังอีกชานชลาเพื่อไปโอมิยะ วันนี้ขึ้นท้ายขบวนเลยได้อยู่ในตู้ผู้หญิงล้วน (ผู้ชายห้ามเข้าตู้นั้นเพื่อกันพวกโรคจิตค่ะ) รถไม่ค่อยแน่นแต่ไม่มีที่นั่งเลยต้องยืนไปตลอดทางประมาณครึ่งชั่วโมง แต่รถไฟที่นี่ก็แล่นเร็วดีค่ะ (ขนาดที่ว่าพอแล่นสวนกันยังดูดกันเอนจนรถโยก -w-') ได้ยืนดูวิวทิวทัศน์รอบด้านไปพลาง กับซากุระที่กำลังเริ่มบานก็แปบเดียวค่ะ >w<
พอถึงโอมิยะปุ๊บก็ต้องละลานตากับแฟชั่นคนกรุงที่แต่งตัวที่อย่างกับจะไปงานศพ (สีดำเกือบหมด) หรือไม่ก็แต่งสีเทา เบจ เอาเป็นว่าถ้าแต่งสีแปร๊ดๆ ช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกป้าๆ ไม่ก็เด็กๆ แหละค่ะ และอย่างที่ทุกคนรู้ส่วนใหญ่ก็คือคนญี่ปุ่นเดินกันเร็วมาก อย่างกับจะแข่งเดินมาราธอนกันเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนแหละค่ะ เห็นนักเรียนม.ปลายกระหืดกระหอบวิ่งกันหน้าตั้งไปขึ้นรถไฟบ้างอะไรบ้างเพราะเดี๋ยวประตูมันจะปิดซะก่อน (สงสัยจะกลัวสาย) พอออกมายังไม่เห็นทานิเซนเซก็เลยเดินไปซื้อตั๋วเดือนของ PASMO มาใช้ก่อนค่ะเพราะมันจะถูกกว่า
แปดโมงครึ่งก็มาพร้อมกับการปรากฏตัวของทานิเซนเซ (เป๊ะมาก!) เดินไปโรงเรียนด้วยกันค่ะ ระหว่างเซนเซก็ชวนคุยบ้าง เราก็มองสิ่งรอบตัวไปด้วย คาดว่าเวลาชั่วโมงเร่งด่วนนี่ทุกคนจะเอาเวลาเป็นสำคัญก่อนกฎแน่ๆ มีแอบเห็นผู้ชายญี่ปุ่นบางคนไฟเขียวถนนโล่งก็เลยวิ่งข้ามถนนไปอย่างไม่กลัวตาย (สงสัยกุกลัวสายมากกว่า) เดินไปประมาณสิบนาทีก็ถึงโรงเรียนค่ะ
คลาสชั้นกลาง 2 วันนี้ที่พอจำชื่อได้ก็มีหลินที่เป็นคนจีน คิมมี่คนฟิลิปปินส์ แล้วก็พี่จวนคนไทย (สวรรค์ทรงโปรด *-*) ในคลาสส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีนเกือบหมดค่ะ แต่วันนี้รู้สึกนักเรียนจะมากันแค่ครึ่งเดียว คาบแรกเป็นวิชาคำศัพท์กับคันจิ สอนโดย 大知理 (โอฉิริ) เซนเซ (แอบคิดสกปรกนิดนึงว่าตอนเด็กๆ เซนเซเคยโดนล้อเลียนนามสกุลมั่งมั้ยนะ ใครที่เรียนญี่ปุ่นคงรู้นะคะว่าเสียงมันไปพ้องกับคำว่าอะไร :P) คาบสองเป็นวิชาไวยากรณ์กับการฟัง สอนโดยเซนเซอะไรก็ลืมไปแล้วซะงั้น (มัวแต่ไปจำโอฉิริ) แต่แอบยากทั้งคู่แหละค่ะ บางทีถามอะไรก็ตอบไม่ค่อยจะได้เล้ย เซ็ง ตั้งใจว่าจะต้องฟิตมากกว่านี้ซักหน่อยแล้ว
พอเที่ยงก็เลิกเรียนค่ะ เพราะหิวตลอดคาบเลยเดินไปกับพี่จวนกับคิมมี่ (สองคนกลับบ้านที่สถานีชินโตชิน) ไปเซเว่น แต่อย่านึกภาพว่าเป็นร้านสะดวกซื้อนะคะ ตรงใกล้ๆ นี่เป็นเซเว่นแบบห้างสรรพสินค้าเลยล่ะ ชั้นบนขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอางค์ ชั้นล่างมีซุปเปอร์ขายเนื้อ ผัก ผลไม้และอื่นๆ อีกมากมาย ข้าวกลางวันวันนี้ได้เป็นโอเบ็นโตอีกแล้ว (เริ่มเบื่อ) กับซื้อซากุระโมจิกลับไปฝากมาม่าซังกล่องนึง (วันพรุ่งนี้จะลองซื้อกินเอง) ตอนซื้อก็ฟังแคชเชียร์ไม่รู้เรื่อง ก็ไฮ้ๆๆ เนียนๆไป ซื้อเสร็จออกมานั่งกินตรงม้านั่งด้านนอกอาบแดดให้มันอุ่นๆ ไปพลางๆ กินเสร็จก็เดินลากขากลับไปที่โอมิยะ แล้วก็กลับบ้านค่ะ (คราวนี้ไม่หลงแล้ว \^w^/)
พูดถึงตอนขากลับแล้วนึกถึงวันที่เรากลับมาจากเล่นสกี ช่วงที่กลับตอนนั้นก็ยังอยู่ในช่วงเร่งด่วนตอนเย็น (ช่วงปลายๆ) อยู่ประมาณสองทุ่ม ก็เห็นความเป็นระเบียบที่น่าชื่นชมของคนญี่ปุ่นอีกแล้ว คนที่กลับบ้านสายโทบุโนดะก็เยอะอยู่พอสมควร ชานชลาสายโทบุโนดะมีสองฝั่ง คือฝั่ง 1 กับฝั่ง 2 คือฝั่งไหนมาก่อนก็ขึ้นอันนั้น โชคดีที่เรายืนคอยตรงฝั่ง 1 ก็เลยได้ขึ้นก่อน พอทางสถานีประกาศปุ๊บว่ารถไฟจะมาฝั่งนั้นคนญี่ปุ่นก็ค่อยหันกลับมาต่อแถวด้านนี้กันอย่างเรียบร้อยมากกกกก ไม่มีการเบียดแซงคิวกันหรือเนียนไปเพิ่มแถวที่สองที่สามแบบที่ทำกันแถวๆ BTS สยามบ้านเราเลยแม้แต่น้อย พอรถไฟมาปุ๊บ แถวที่ยืนบังอยู่หน้าประตูรถไฟอยู่สองแถวก็ขยับแยกกันไปยืนอยู่ข้างๆ ประตูเพื่อให้คนบนรถลงมาก่อนโดยอัตโนมัติ (อย่างกับซ้อมกันมาก่อน!) เห็นแล้วรู้สึกชื่นชมจริงๆ เพราะถ้าเป็นพี่ไทยก็จะมีบางคนเดินไปจ่อที่หน้าประตูเพื่อที่ตรูจะได้ขึ้นรถไปนั่งก่อนอย่างไม่อายใคร
วันนี้ตอนกลับ มีครอบครัวคุณยาย คุณแม่และลูกขึ้นมาบนรถ ผู้ชายที่นั่งข้างๆ เราก็ลุกให้นั่งอีก โอ้ออออ O_o
แถมตอนกลับมาถึงบ้านคุยกับมาม่าซัง มาม่าซังบอกว่าตำรวจที่นี่ถ้าทำผิดแล้วอยากจะยัดเงินละก็ ทำไม่ได้หรอกนะ! O_o
เรื่องความเป็นระเบียบต้องยกให้ญี่ปุ่นเค้าเลยล่ะ >/\<
ป.ล. เมื่อคืนดูทีวี มีอยู่รายการนึงเกี่ยวกับเรื่องเหลือเชื่อ มีภาพจากตลาดร่มหุบที่แม่กลองในเมืองไทยด้วยล่ะ ที่มีรถไฟแล่นผ่านกลางตลาดอ่ะค่ะ รถไฟมาก็เก็บกันใหญ่ รถไฟไปก็เอาร่มมากาง เอาของมาวางกันใหม่ มาม่าซังปาป้าซังหัวเราะกันใหญ่เลย >w<